หุ้นไทยปิดลบ 0.33% โดยมีแรงขายนำหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี แบงก์ และ พลังงาน ตามด้วยกลุ่มปิโตรเคมี และอาหาร แต่มีแรงซื้อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาด ขณะที่ หลายวันที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้วันนี้นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะขายทำกำไรออกมา แต่มองเป็นเพียงระยะสั้น โดยทิศทางตลาดยังเป็นขาขึ้นอยู่ จากปัจจัยหนุนผลประกอบการไตรมาส 2/55 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์
ปิดลบ 4.07 จุด มาที่ 1,220.14 หลังปรับขึ้นไปสูงสุด ที่ 1,224.81
และต่ำสุดที่ระดับ 1,215.64 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 28,129.99 ล้านบาท
ขณะที่ SET50 ปิดลบ 4.64 จุด หรือ 0.54% มาที่ 846.80 จุด และ
SET100 ปิดลบ 8.66 จุด หรือ 0.47% มาที่ 1,841.53 จุด
ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี ลบมากสุดที่ 2.66% มูลค่าซื้อขายสูงสุดของตลาดที่ 22.10%
แบงก์ ลบ 0.14% มูลค่าซื้อขาย 15.09%, พลังงาน ลบ 0.33% มูลค่าซื้อขาย 14.51%
อสังหาริมทรัพย์ บวก 0.12%, ปิโตรเคมี ลบ 0.52% และอาหาร ลบ 0.30%
"หุ้นวันนี้มองว่าเป็นการ take profit ธรรมดา ไม่ได้ไปไหน ก็เป็นไปได้ ที่ขึ้นมาหลายวันแล้ว" นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรมผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคที ซีมิโก้ กล่าว
เขา กล่าวด้วยว่า วันนี้ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ทำให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรออกมา อย่างไรก็ตาม มองทิศทางตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้นอยู่ และนักลงทุนยังมีความคาดหวัง จากเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ งวดไตรมาส 2/55 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนอยู่ โดยในวันพรุ่งนี้มองตลาดมีโอกาสปรับขึ้น และมองกรอบการเคลื่อนไหวที่แนวรับ 1,200 ส่วนแนวต้านที่ 1,233 จุด
หลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด
ADVANC ลบ 7.00 บาท มาที่ 202.00 บาท
INTUCH ลบ 1.50 บาท มาที่ 63.75 บาท
PTTGC ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 59.25 บาท
PTTEP ลบ 5.00 บาท มาที่ 166.00 บาท
PTT บวก 4.00 บาท มาที่ 340.00 บาท
ที่มา:bisnews
No comments:
Post a Comment