Monday, July 16, 2012

สรุปข่าวเศรษฐกิจรอบโลก 17 กค 55

ภาวะตลาดหุ้นประจำวันที่ 16 ก.ค. 

ดัชนี-ตลาด ปิดที่ระดับ เปลี่ยนแปลง 

ดาวโจนส์-ตลาดหุ้นนิวยอร์ค 12,727.21 - 49.88 
FTSE-ตลาดหุ้นลอนดอน 5,662.43 - 3.70 
DAX-ตลาดหุ้นเยอรมนี 6,565.72 + 8.62 
CAC-40-ตลาดหุ้นฝรั่งเศส 3,179.90 - 0.91 
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นมะนิลา 5,297.99 + 83.47 
เวทเต็ด-ตลาดหุ้นไต้หวัน 7,090.04 - 14.23 
S&P/ASX-ตลาดหุ้นออสเตรเลีย 4,105.10 + 22.80 
นิกเกอิ-ตลาดหุ้นโตเกียว ตลาดปิดทำการ 
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นโซล 1,817.79 + 4.90 
ฮั่งเส็ง-ตลาดหุ้นฮ่องกง 19,121.34 + 28.71 
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นมาเลเซีย 1,635.96 + 9.58 
FTSE STI-ตลาดหุ้นสิงคโปร์ 2,998.75 + 3.19 
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นจาการ์ตา 4,047.46 + 27.79 
SET-ตลาดหุ้นไทย 1,214.25 + 3.96 
SET-50-ตลาดหุ้นไทย 843.80 + 2.21 
SET-100-ตลาดหุ้นไทย 1,834.47 + 6.58 

ราคาพันธบัตรปิดบวก -- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงแตะ 
ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ หลังจากข้อมูลยอดค้าปลีกที่ลดลงผิดคาดของสหรัฐเป็น 
หลักฐานล่าสุดที่แสดงถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งหนุนการคาดการณ์ว่าจะมีมาตรการกระตุ้น 
ใหม่จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดบวก 07/32 สู่ระดับ 
102-19/32 โดยมีผลตอบแทน 1.467% และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดเพิ่มขึ้น 14/32 สู่ระดับ 
109-06/32 โดยมีผลตอบแทน 2.558% 

ดอลล์ร่วงรับคาดการณ์ QE3 หลังยอดค้าปลีกลด -- ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 
1 เดือนเมื่อเทียบกับเยนในวันจันทร์ หลังข้อมูลยอดค้าปลีกที่อ่อนแอของสหรัฐในเดือนมิ.ย.สนับสนุน 
การคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) 
เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 78.850 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันศุกร์ที่ 
79.180 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.2276 ดอลลาร์และ 96.790 เยน เทียบกับ ระดับปิดตลาดวันศุกร์ที่ 
1.2250 ดอลลาร์และ 96.990 เยน 

คาดหวังมาตรการกระตุ้นศก.หนุนน้ำมันดิบพุ่งขึ้น -- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX 
พุ่งขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่าจีนและบางประเทศอาจดำ 
เนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ 
และจากข่าวที่ว่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐที่อยู่นอกชายฝั่งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยิง 
ใส่เรือขนาดเล็กลำหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส.ค.ทะยานขึ้น 1.33 
ดอลลาร์ หรือ 1.5% มาปิดตลาดที่ 88.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทองขยับขึ้น 0.2% ขณะดอลล์อ่อนค่า -- ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับขึ้น 2.66 ดอลลาร์ 
หรือ 0.2% สู่ 1,592.69 ดอลลาร์/ออนซ์ในวันจันทร์ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่สงบเงียบ ใน 
ขณะที่ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากยอดค้าปลีกที่อ่อนแอของสหรัฐ และนักลงทุนรอฟังคำให้การของนายเบน 
เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรส เพื่อดูว่านโยบายการเงินของสหรัฐ 
จะมีทิศทางเป็นเช่นใด ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนส.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดลบ 0.40 ดอลลาร์ ที่ 
1,591.60 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดลดลง 4.80 เซนต์ ที่ 27.321 
ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนที่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนต.ค.ปิดร่วงลง 17.90 ดอลลาร์ ที่ 
1,417.30 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดลดลง 7.80 ดอลลาร์ ที่ 
577.85 ดอลลาร์/ออนซ์


SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลง-ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น 


ต่างประเทศ 

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับลงในวันจันทร์ โดยดัชนีดาวโจนส์ลบ 0.39% หลังการเปิดเผย 
ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.ที่ลดลงเกินคาด เป็นสัญญาณความวิตกล่าสุดจากภาวะเศรษฐกิจ 
ซึ่งถ่วงตลาดลงเล็กน้อย แต่ผลประกอบการของซิตี้กรุ๊ป ช่วยจำกัดการติดลบของตลาด 
*วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับขึ้น หลังนักลงทุนคลายวิตกต่อภาวะ 
เศรษฐกิจของจีน หลังเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ที่สอดคล้องกับคาดการณ์ แต่วอลุ่ม 
ซื้อขายไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนรอดูแถลงการณ์ของนายเบน เบอร์นันเก้ ต่อสภา 
คองเกรสในวันอังคารและพุธนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, 
ฟิลิปปินส์ ต่างปิดในแดนบวก ขณะที่เวียดนาม ร่วงลง 0.72% 
*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดวานนี้ ทะยานขึ้น 1.33 
ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 88.43 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความหวังที่ว่าจีนและบาง 
ประเทศอาจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ 
อ่อนค่า และจากข่าวที่ว่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐ ที่อยู่นอกชายฝั่งประเทศสหรัฐ 
อาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยิงใส่เรือขนาดเล็กลำหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติตามคำเตือน 
*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ ลบ 8 จุด หรือ 0.72% สู่ 
ระดับ 1102 โดยระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 647 
*กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยยอดค้าปลีกลดลง 0.5% ในเดือนมิ.ย.โดยลดลงเป็น 
เดือนที่ 3 ติดต่อกัน และยอดค้าปลีกที่ไม่รวมรถยนต์ลดลง 0.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ 
คาดไว้ว่า ยอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในมิ.ย.หลังลดลง 0.2% ในพ.ค. และ 
ยอดค้าปลีกที่ไม่รวมรถยนต์จะทรงตัวในมิ.ย.หลังลดลง 0.4% ใน เดือนพ.ค. 

เศรษฐกิจทั่วไป 

*นายกรัฐมนตรี จะไปเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่าง 
เป็นทางการวันที่ 17-21 ก.ค.นี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการประชาธิปไตย 
และศักยภาพเศรษฐกิจไทย การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน และบทบาทสำคัญ 
ของไทยในภูมิภาคอาเซียน ที่กำลังจะเป็นประชาคมอาเซียนที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ 
*"กิตติรัตน์"ระบุการตัดสินใจปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG หรือไม่ จะพิจารณาจากผลกระทบ 
ต่ออัตราเงินเฟ้อ ว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมากจนกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ 
หรือไม่ และยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นราคา LPG หรือ 
ไม่ แม้มีการแถลงนโยบายที่จะทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสะท้อนกลไกตลาดก็ตาม 
*ส.อ.ท.เตือนรัฐบาลให้ทำแผนรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งภาค 
อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม โดยเฉพาะในภาคตะวันออก หลังมีหลายปัจจัยที่แสดง 
ว่ามีแนวโน้มคล้ายเหตุการณ์ปี 47 ที่ฤดูฝนน้ำน้อยและเป็นสาเหตุของภัยแล้งปี 48 
*ที่ประชุมครม.วันนี้ จะพิจารณาข้อเสนอกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการกำหนดราคาชี้นำ 
ราคายางธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ 
โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก กำลังไม่พอใจที่ราคายางตกไป 
อยู่ที่ กก.ละ 80-93 บาท(นสพ.โพสต์ทูเดย์) 
*ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตหนี้ยูโรโซน 
ส่อแววว่าจะยืดเยื้อออกไป 5-10 ปี เพราะเป็นปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจทั้ง 
ทางด้านสถาบันการเงิน ภาคการคลัง หนี้สาธารณะ ตลาดแรงงาน รวมไปจนถึง 
เรื่องการเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหานาน(นสพ.โพสต์ทูเดย์) 

การเมือง 
*ศาลอาญา มีคำสั่งออกหมายเรียก"ก่อแก้ว พิกุลทอง","ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ","วีระกานต์ 
มุสิกพงศ์" และ"อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" แกนนำกลุ่มนปช.เพื่อไต่สวนในวันที่ 9 ส.ค. 
กรณีอาจมีพฤติการณ์หมิ่นเหม่ จะผิดเงื่อนไขการให้ประกันตัว 
*คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ในการแต่งตั้ง "พล.ต.อ.อดุลย์ 
แสงสิงแก้ว" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรักษาการเลขาธิการสำนักงาน คณะ 
กรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็น ผบ.ตร. ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ 
*พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ระบุ ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าลงมติวาระ 
สาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 หรือไม่ โดยจะรอดูคำวินิจฉัยกลางและคำ 
วินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์และเป็นแนวทาง 
ตัดสินใจอีกครั้ง




SET:คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งขึ้น ทดสอบแนวต้าน 1,220 จุด, ยังเก็งกำไรหุ้นแบงก์ 


*นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้น โดยมองดัชนีฯจะขึ้นทดสอบ 
แนวต้าน 1,220 จุดอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ 
จากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2/55 จะออกมาดี 
*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับลงในวันจันทร์ โดยดัชนีดาวโจนส์ลบ 0.39% หลังการเปิดเผย 
ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. ที่ลดลงเกินคาดเป็นสัญญาณความวิตกล่าสุดจากภาวะเศรษฐกิจ 
ซึ่งถ่วงตลาดลงเล็กน้อย แต่ผลประกอบการของซิตี้กรุ๊ป ช่วยจำกัดการติดลบของตลาด 
*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดวานนี้ ทะยานขึ้น 1.33 
ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 88.43 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความหวังที่ว่าจีนและบาง 
ประเทศอาจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ 
อ่อนค่า และจากข่าวที่ว่าเรือของกองทัพเรือสหรัฐ ที่อยู่นอกชายฝั่งประเทศสหรัฐ 
อาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยิงใส่เรือขนาดเล็กลำหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติตามคำเตือน 
*วันจันทร์ต่างชาติ ซื้อสุทธิ 122.69 ลบ.จากวันศุกร์ ขายสุทธิ 1,121.78 ลบ. 
*เช้านี้บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 31.56/58 เมื่อวันจันทร์ อยู่ที่ 31.60/63 
*นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ 1,200 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,220 จุด 

"วันนี้ น่าจะยังมีการเก็งกำไรหุ้นแบงก์ ที่เริ่มประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 
ซึ่งเราคาดว่า กำไรของกลุ่มจะทำนิวไฮในระดับไตรมาส" นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม 
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าว 
เขากล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมี momentum ในการปรับขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวาน 
โดยมีหุ้นกลุ่มแบงก์นำตลาด ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับลงเมื่อคืนนี้ เชื่อว่ามีผลต่อตลาด 
หุ้นไทยไม่มาก 

ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ 
*ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันจันทร์ ปิดบวก 3.96 จุด หรือ 0.33% มาที่ 
1,214.25 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 25,017.58 ล้านบาท 
*ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เมื่อวันจันทร์ ปิดลบ 49.88 จุด หรือ 0.39% มาที่ 
12,727.21 และดัชนีแนสแดค ปิดลบ 11.53 จุด หรือ 0.4% มาที่ 2,896.94 
*ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ ส่วนใหญ่ปรับขึ้น โดยตลาดหุ้นสิงคโปร์ บวก 0.71%, 
เกาหลีใต้ บวก 0.74%, ไต้หวัน บวก 0.35%, ฮ่องกง บวก 1.47% และตลาด 
หุ้นญี่ปุ่น บวก 0.46% 

จับตาหุ้น 
*PTTEP คว้าดีลเทคโอเวอร์บริษัท Cove Energy หลังเชลล์ประกาศถอนตัวแล้ว 
*TISCO ปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อรวมปีนี้เป็น โต 18-20%, มองศก. H2 เติบโตดี 
*CGS คาดกำไรสุทธิปีนี้ ไม่ต่ำกว่าปีก่อน, มาร์เก็ตแชร์ที่ราว 6% 
*AOT นายกฯจะเร่งรัดงานก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2-รันเวย์ 3 ลดความแออัด

No comments:

Post a Comment