ภาวะตลาดหุ้นประจำวันที่ 13 ก.ค.
ดัชนี-ตลาด ปิดที่ระดับ เปลี่ยนแปลง
ดาวโจนส์-ตลาดหุ้นนิวยอร์ค 12,777.09 + 203.82
FTSE-ตลาดหุ้นลอนดอน 5,666.13 + 57.88
DAX-ตลาดหุ้นเยอรมนี 6,557.10 + 137.75
CAC-40-ตลาดหุ้นฝรั่งเศส 3,180.81 + 45.63
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นมะนิลา 5,214.52 + 9.33
เวทเต็ด-ตลาดหุ้นไต้หวัน 7,104.27 - 26.66
S&P/ASX-ตลาดหุ้นออสเตรเลีย 4,082.20 + 14.20
นิกเกอิ-ตลาดหุ้นโตเกียว 8,724.12 + 4.11
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นโซล 1,812.89 + 27.50
ฮั่งเส็ง-ตลาดหุ้นฮ่องกง 19,062.63 + 67.52
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นมาเลเซีย 1,626.38 + 0.89
FTSE STI-ตลาดหุ้นสิงคโปร์ 2,995.56 + 23.52
คอมโพสิต-ตลาดหุ้นจาการ์ตา 4,019.67 + 35.55
SET-ตลาดหุ้นไทย 1,210.29 + 17.16
SET-50-ตลาดหุ้นไทย 841.59 + 12.93
SET-100-ตลาดหุ้นไทย 1,827.89 + 27.83
ราคาพันธบัตรปิดลดลง -- ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันศุกร์ ขณะที่ข้อมูล
การเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดของดัชนีราคาผู้ผลิต และการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้ลดความ
น่าสนใจของพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อัตราผลตอบแทนยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประ
วัติการณ์ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดลดลง 05/32 สู่ระดับ 102-11/32 โดยมีผลตอบแทน
1.494% และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดลดลง 13/32 สู่ระดับ 108-23/32 โดยมีผลตอบแทน
2.580%
ยูโรดีดตัวขึ้น แต่ยังมีแนวโน้มขาลง -- ยูโรทะยานขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีเมื่อ
เทียบกับดอลลาร์ในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
หลังข้อมูลเศรษฐกิจของจีนออกมาแย่น้อยกว่าที่วิตก แม้แนวโน้มยูโรยังคงอ่อนแอเนื่องจากความไม่
แน่นอนเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยูโรโซนก็ตาม ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 79.210 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวัน
พฤหัสบดีที่ 79.280 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.2241 ดอลลาร์และ 96.980 เยน เทียบกับระดับปิด
ตลาดวันพฤหัสดบีที่ 1.2196 ดอลลาร์และ 96.700 เยน
จีดีพีจีนหนุนน้ำมันดิบปิดพุ่งขึ้น 1.2% -- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น
เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันศุกร์ และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการทะยานขึ้นกว่า 3% จากสัปดาห์ที่แล้ว
หลังจากจีนเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสสองที่ไม่เลวร้าย
เท่ากับที่นักลงทุนบางรายคาดการณ์ไว้ และปัจจัยนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องความอ่อนแอของเศรษฐกิจ
โลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส.ค.ทะยานขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.2% มาปิดตลาดที่
87.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทองพุ่งขึ้นตามตลาดหุ้น,สินค้าโภคภัณฑ์ -- ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐพุ่งขึ้น 19.14
ดอลลาร์ หรือ 1.2% สู่ 1,589.63 ดอลลาร์/ออนซ์ในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการทะยาน
ขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากจีนรายงานว่าอัตราการเติบโตทาง
เศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาสสอง แต่อยู่ในระดับแข็งแกร่งกว่าที่นักลงทุนบางรายเคยคาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนส.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดพุ่งขึ้น 26.70 ดอลลาร์ ที่ 1,592.00 ดอลลาร์
/ออนซ์ และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดพุ่งขึ้น 20.80 เซนต์ ที่ 27.369 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนที่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนต.ค.ปิดพุ่งขึ้น 22.70 ดอลลาร์ ที่ 1,435.20 ดอล
ลาร์/ออนซ์ และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดเพิ่มขึ้น 10.85 ดอลลาร์ ที่ 585.65 ดอลลาร์
/ออนซ์
SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก-ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น
ต่างประเทศ
*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นมากในวันศุกร์ หลังร่วงลง 6 วันติดต่อกัน โดยดัชนี
ดาวโจนส์ ปิดบวก 1.62% ตลาดได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งช่วยคลายวิตกต่อ
การเติบโตของจีน ขณะที่ตัวเลขผลประกอบการของเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค
ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบในระยะยาว ที่ธนาคารได้รับจากการขาดทุน
ในการทำธุรกรรมที่สร้างความเสียหายถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้
*ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2
ของจีน สอดคล้องกับที่คาดการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นช่วยหนุนหุ้นกลุ่ม
พลังงาน ส่งผลให้ตลาดหุ้น สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และ
เวียดนามต่างปิดในแดนบวก
*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดวันศุกร์ ปรับขึ้น 1.02
ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 87.10 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจีนเปิดเผยตัวเลขจีดีพี
ประจำไตรมาส 2 ที่ไม่เลวร้าย เท่ากับที่นักลงทุนบางรายคาดการณ์ไว้ และปัจจัยนี้
ช่วยลดความกังวล เรื่องความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก
*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดเมื่อวันศุกร์ ลบ 11 จุด หรือ 0.98%
สู่ระดับ 1110 โดยระดับสูงสุดและต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624 และ 647 ตามลำดับ
*กระทรวงแรงงานสหรัฐ เผยว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ครั้งแรกลดลงเกินคาด
2.6 หมื่นราย สู่ 3.5 แสนรายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ก.ค. ถือเป็นระดับต่ำสุด
ในรอบ 4 ปี แต่ภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐเลื่อนเวลาปิดปรับปรุงโรงงานในฤดูร้อนปีนี้
ออกไปให้ช้ากว่าปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่า ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการอาจเพิ่มขึ้นได้
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
*ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุมีความเป็นไปได้ ที่อีซีบี
จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน หลังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของอีซีบี ลงสู่ 0% จะช่วยกระตุ้นให้ธนาคาร
พาณิชย์ปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น
เศรษฐกิจทั่วไป
*"กิตติรัตน์"คาดโครงการก่อสร้างรันเวย์ แห่งที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ จะเริ่ม
ได้ในราวไตรมาส 1/56 ซึ่งนับเป็นโครงการแรกๆของการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์
ฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศที่จะใช้วงเงินลงทุน 2.27 ล้านล้านบาท
*"กิตติรัตน์" ยืนยันว่ารัฐบาลจะยังไม่ปรับขึ้น VAT หลังครบกำหนดการปรับลดที่อัตรา
7% ในสิ้นเดือนก.ย.นี้ พร้อมแนะหากจะปรับขึ้นราคา LPG ครัวเรือน ควรเป็นไป
อย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
*"กิตติรัตน์"วางเป้าหมายรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป
แม้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ของการลุกลามก็ตาม ขณะที่รัฐบาลวางเป้ากระตุ้นการท่องเที่ยว
หวังผลักดันรายได้เพิ่มขึ้น
*ผู้ประกอบการนิคมฯ พื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย เร่งงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม
ทุกนิคมฯมั่นใจงานก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผน จี้รัฐเร่งสร้างระบบเตือนภัย "นวนคร"
เชิญนายกฯร่วมทดสอบประสิทธิภาพเขื่อน 9 ส.ค.นี้ "สหรัตนนคร" อาการหนัก
สร้างเขื่อนไม่ทันปีนี้ หันใช้แผนปี 38 และปี 49 ป้องน้ำท่วม(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
*รมช.คลัง เผยกระทรวงการคลัง เร่งนำเรื่องขยายเวลาโครงการรถยนต์คันแรกให้ครม.
พิจารณาวันที่ 17 ก.ค.นี้ โดยขยายเวลาส่งมอบรถคันแรกออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งกรม
สรรพสามิตได้เสนอเรื่องมาแล้ว และได้ส่งเรื่องให้"กิตติรัตน์"นำเรื่องเสนอครม.
(นสพ.โพสต์ทูเดย์)
*ผอ.องค์การสวนยาง เผยว่า ในการประชุมครม.17 ก.ค.นี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอ
ให้ครม.พิจารณาการชดเชยผลการขาดทุน ในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบัน
เกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางขององค์การสวนยาง ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษา
เสถียรภาพราคายางสามารถทำได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบัน และส่งผลต่อการยกระดับราคา
ยางพาราในประเทศ (นสพ.โพสต์ทูเดย์)
*รองปลัดกระทรวงพลังงาน เผยเกณฑ์การพิจารณาช่วยเหลือหลังปรับโครงสร้างราคา
LPG หรือก๊าซหุงต้มวันที่ 16 ส.ค. เพื่อให้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และครัวเรือน
เป็นราคาเดียวกัน การจะชดเชยราคาผู้เดือดร้อนภาคครัวเรือน จะมองเป็นภาพรวมการ
ใช้ LPG ในครัวเรือน เฉลี่ยจะใช้ 1 ถัง(ขนาด 15 กก.) ต่อ 2 เดือน โดยอาจใช้
ตัวเลขผู้ใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วย ที่คำนวณจากสถิติใช้ไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับคำจำกัด
ความว่าผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีราว 5 ล้านครัวเรือน จะได้ชดเชยค่าก๊าซหุงต้ม
(นสพ.โพสต์ทูเดย์)
การเมือง
*ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้องกรณีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีการ
กระทำที่จะเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ยังเห็นว่า การแก้ไขมาตรา 291
จะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่ได้ และหากจะยกร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ใหม่
ทั้งฉบับ จะต้องทำประชามติ เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนก่อน
*นายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศึกษารายละเอียด
ข้อกฎหมาย หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้องกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญ
หรือไม่ จากนั้นจะนำข้อสรุปไปหารือกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนจะพิจารณาดำเนินการ
อย่างไรต่อไป ในกรณีการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
*ประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาล เผยว่ารัฐสภาจะไม่มีการลงมติวาระ 3 ของร่างแก้ไข
รัฐธรรมนูญมาตรา 291 แล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ตามมาตรา 291 จะยกร่างทั้งฉบับไม่ได้
*รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ทำให้ร่างแก้ไข
รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ค้างการพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ต้องตกไป แต่จะ
สามารถนำมาลงมติวาระ 3 ได้หรือไม่ ต้องให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย หรือหารือ
กับสมาชิกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
*เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจประชาชนที่สนับสนุนให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้น
ส่วนใหญ่หนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญเป็นบางมาตรา พร้อมทั้งให้โอกาสรัฐบาลทำงาน
ต่อไปมากกว่า 2 ปี หรืออยู่ครบวาระ
*สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นควรว่าควรชะลอการแก้ไข
รัฐธรรมนูญออกไปก่อน ขณะที่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้
บรรยากาศของบ้านเมืองดีขึ้น แต่เชื่อภาพการเมืองจากนี้ยังคงมีความขัดแย้งต่อไป
*พรรคเพื่อไทยถกวันนี้ หาทางออกแก้ รธน.จาก 3 แนวทาง "เดินหน้าลงมติวาระ3-
ทำประชามติก่อนโหวตวาระ3-แก้รายมาตรา" ลั่นต้องได้ข้อยุติก่อนเปิดสภา 1 ส.ค.
โฆษกศาล รธน.ยัน "416 ส.ส.-ส.ว."ยังต้องยื่นหนังสือแจงกรณีพันธมิตรยื่นร้อง
ถอดถอน ชี้คนละกรณีกับที่ยก 5 คำร้องปมแก้ม. 291 (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
SET:คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้น ตอบรับข่าวศาลรธน.ต่อ,ราคาน้ำมันหนุนหุ้นพลังงาน
*นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้น โดยมองตลาดจะยังตอบรับกับ
ปัจจัยบวกจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันศุกร์
ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่บวกแรง จะหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงาน
*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นมากในวันศุกร์ หลังร่วงลง 6 วันติดต่อกัน โดยดัชนี
ดาวโจนส์ ปิดบวก 1.62% ตลาดได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งช่วยคลายวิตกต่อ
การเติบโตของจีน ขณะที่ตัวเลขผลประกอบการของเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค
ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบในระยะยาว ที่ธนาคารได้รับจากการขาดทุน
ในการทำธุรกรรมที่สร้างความเสียหายถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้
*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดวันศุกร์ ปรับขึ้น 1.02
ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 87.10 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจีนเปิดเผยตัวเลขจีดีพี
ประจำไตรมาส 2 ที่ไม่เลวร้าย เท่ากับที่นักลงทุนบางรายคาดการณ์ไว้ และปัจจัยนี้
ช่วยลดความกังวล เรื่องความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก
*กระทรวงแรงงานสหรัฐ เผยว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ครั้งแรกลดลงเกินคาด
2.6 หมื่นราย สู่ 3.5 แสนรายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ก.ค. ถือเป็นระดับต่ำสุด
ในรอบ 4 ปี แต่ภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐเลื่อนเวลาปิดปรับปรุงโรงงานในฤดูร้อนปีนี้
ออกไปให้ช้ากว่าปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่า ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการอาจเพิ่มขึ้นได้
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
*วันศุกร์ต่างชาติ ขายสุทธิ 1,121.78 ลบ.จากวันพฤหัสบดี ขายสุทธิ 47.10 ลบ.
*เช้านี้บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 31.61/65 เมื่อวันศุกร์ อยู่ที่ 31.67/69
*นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ 1,205 ส่วนแนวต้านที่ 1,220 จุด
"ตลาดวันนี้ น่าจะยังปรับขึ้นได้อีก เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา
ถือว่าเป็น best case" นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์
และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าว
เขา กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ ชี้ว่า การแก้ไข
รัฐธรรมนูญทำได้ แต่ต้องแก้เป็นรายมาตรานั้น มองว่าเป็นบวก เนื่องจากรัฐบาลสามารถปรับ
แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำสั่งศาลฯได้ ความกังวลในเรื่องการคัดค้าน
ก็น่าจะลดลง
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยตอบรับกับปัจจัยบวกกรณีคำวินิจฉัยของ
ศาลไปบ้างแล้ว ดังนั้นการตอบรับกับปัจจัยดังกล่าว ก็อาจจะไม่แรงมาก อย่างไรก็ตาม
การที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นแรง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนตลาด ทำให้มีการเก็งกำไร
หุ้นกลุ่มพลังงาน
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ
*ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันศุกร์ ปิดบวก 17.16 จุด หรือ 1.44% มาที่ 1,210.29
ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 24,904.36 ล้านบาท
*ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เมื่อวันศุกร์ ปิดบวก 203.82 จุด หรือ 1.62% มาที่
12,777.09 และดัชนีแนสแดค ปิดบวก 42.28 จุด หรือ 1.48% มาที่ 2,908.47
*ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ มีทั้งบวกและลบ โดยตลาดหุ้นสิงคโปร์ บวก 0.13%,
เกาหลีใต้ ลบ 0.16%, ไต้หวัน ลบ 0.21% และตลาดหุ้นฮ่องกง บวก 0.04%
ส่วนตลาดหุ้นโตเกียว ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันหยุดประจำชาติ
จับตาหุ้น
*RATCH หลังบ.ย่อยลงทุน 627 ลบ.ซื้อหุ้นเพิ่มทุนโรงไฟฟ้าในลาว
*SMM สยามอินเตอร์ฯจะออกวอร์แรนท์ขายผู้ถือหุ้นเดิม 4:1 ราคาหน่วยละ 0.25 บาท
*BCP เดินเครื่องหน่วยกลั่นที่ไม่ถูกไฟไหม้เมื่อวันเสาร์, ส่วนที่สร้างใหม่ คาดเสร็จต.ค.
*หุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นแรง
*หุ้นกลุ่มแบงก์ เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/55
No comments:
Post a Comment