Friday, July 13, 2012

สรุปสภาวะตลาดตอนเย็นประจำวันที่ 13 กค 55


ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 1.44% หลังจากที่ช่วงต้นภาคบ่ายมีแรงขายออกมาบ้าง ระหว่าง
รอศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนจะ
ฟื้นตัวขึ้น ตามแรงซื้อหุ้นในกลุ่มหลักทั้งเทคโนโลยี แบงก์ อาหาร และพลังงาน เข้ามาอย่าง
คึกคักหลังศาลฯมีคำวินิจฉัยให้ยกคำร้องดังกล่าว ผลักดันให้ดัชนีปิดสูงสุดรอบกว่า 2 เดือน
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เห็นว่าตลาดตอบรับในเชิงบวก หลังจากศาลฯยกคำร้อง
ทำให้ประเด็นทางการเมืองผ่อนคลายลงในระยะสั้น พร้อมมองดัชนีมีโอกาสที่จะขยับขึ้นได้ใน
สัปดาห์หน้า จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/55 ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมาด้วย


ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปิดบวก 17.16 จุด มาที่ 1,210.29 จุด สูงสุดนับจากระดับปิด
ที่ 1,231.04 จุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.

ระหว่างวันดัชนี
ปรับขึ้นสูงสุดที่ 1,212.66
และต่ำสุดที่ระดับ 1,194.48 จุด

ด้วยมูลค่าซื้อขาย 24,904.36 ล้านบาท

ขณะที่ SET50 ปิดบวก 12.93 จุด หรือ 1.56% มาที่ 841.59 จุด และ SET100
ปิดบวก 27.83 จุด หรือ 1.55% มาที่ 1,827.89 จุด

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี บวก 3.23% ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดของวันที่ 25.00% นำโดย
หุ้นชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บวก 2.36% และหุ้นโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)
บวก 3.85%, กลุ่มแบงก์ บวก 2.01% นำโดยหุ้นธ.กสิกรไทย (KBANK) บวก 1.54%
ดัชนีกลุ่มอาหาร บวก 0.40% นำโดยหุ้นเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บวก 0.71%,
อสังหาริมทรัพย์ บวก 1.67% นำโดยหุ้นแสนสิริ (SIRI) บวก 4.42% และกลุ่มพลังงาน บวก
0.83% นำโดยปตท.(PTT) บวก 1.52%

"ศาลฯออกมาในเชิงประนีประนอม ตลาดก็ปรับขึ้นมาตอบรับเชิงบวก มองว่าปัจจัยระยะสั้นทางการเมืองดูคลี่คลายไป ไม่แตกต่างจากที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะออกมาในรูปแบบนี้" 
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าว

ช่วงบ่ายวันนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยกคำร้องกรณีร่างรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า
ยังไม่มีการกระทำที่ จะเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย
นางสาวธีรดา เห็นว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมา แม้อาจ
จะมีบางฝ่ายไม่เห็นด้วยและอาจมีการชุมนุมเรียกร้องต่างๆนั้น ก็เชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง
แต่อาจเป็นเพียงปัจจัยรบกวนเท่านั้น
ส่วนแนวโน้มการซื้อขายในสัปดาห์หน้า คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแคบถึงปรับ
ตัวขึ้น หลังประเด็นทางการเมืองผ่อนคลายลงไป ตลาดก็จะหันไปจับตาฤดูกาลผลประกอบการ
ทั้งในตลาดหุ้นไทย และสหรัฐ โดยมองแนวต้านที่ 1,220 จุด และแนวรับที่ 1,180 จุด

หลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด

CPF บวก 0.25 บาท มาที่ 35.50 บาท
INTUCH บวก 1.50 บาท มาที่ 65.00 บาท
DTAC บวก 3.00 บาท มาที่ 81.00 บาท
KBANK บวก 2.50 บาท มาที่ 164.50 บาท
SCB บวก 5.00 บาท มาที่ 155.50 บาท


ที่มา: bisnews

No comments:

Post a Comment