Wednesday, December 7, 2011

หุ้นไทยวันนี้

SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น-ราคาน้ำมันดิบปรับลง 


**ต่างประเทศ 

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันพุธ จากความหวังที่ว่ายูโรโซน 
จะสามารถหาทางออกให้กับวิกฤติหนี้สิน โดยนักลงทุนคาดว่าในวันศุกร์นี้ประเทศ 
สมาชิกยูโรโซน จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อตกลงระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศส 
ในเรื่องการคุมเข้มงบประมาณของประเทศสมาชิกยูโรโซน 

*วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น จากการคาดหวังที่ว่า 
จะมีความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรปในวันศุกร์นี้ เพื่อสกัดวิกฤติ 
หนี้ยูโรโซน ส่งผลให้ตลาดหุ้นมาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ 
ดีดตัวขึ้นตามกัน ขณะที่เวียดนาม ร่วงลง 0.77% 

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนม.ค.ปิดวานนี้ ปรับลง 79 เซนต์ 
หรือ 0.78% ปิดที่ 100.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะรายงานของรัฐบาลสหรัฐแสดง 
ให้เห็นว่า สต็อกน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันในคลัง เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว และ 
ความกังวลเรื่องปัญหาหนี้ยูโรโซน มีส่วนกดดันราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน 

*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ บวก 1 จุด หรือ 0.05% สู่ 
1849 โดยระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 2173 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 1043 

*สายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของสิงคโปร์ เปิดเผย 
วานนี้ว่า ได้ยกเลิกแผนร่วมลงทุนตั้งสายการบินไทยไทเกอร์ กับการบินไทย
แล้ว เนื่องจากไม่สามารถผ่านการอนุมัติที่จำเป็นจากทางรัฐบาล 


**เศรษฐกิจทั่วไป

*"กิตติรัตน์" คาดว่าการส่งออกปีหน้า ขยายตัว 15% คิดเป็นมูลค่า 2.24 แสนล้าน
เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะใกล้เคึยงกับปีนี้

*นายสันติธาร เสถียรไทย Economist, Non-Japan Asia Economics Research
จาก Credit Suisse AG (ประเทศสิงคโปร์) มองว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 55 ที่
ธปท.ตั้งเป้าไว้โต 4.5-5.0% มีความเป็นไปได้ยาก หลังเกิดปัญหาน้ำท่วม 


*ผู้ว่าการ ธปท.เผยยังคงอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ไทยจะเปิดเสรีภาคธนาคารพาณิชย์
ให้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิม ที่กำหนดไว้ได้หรือไม่ เพื่อรองรับการแข่งขันในภูมิภาค
และตลาดโลก 


*บีโอไอ เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 11 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าเงินลงทุน
6.15 แสนลบ.เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมาย
ที่ตั้งไว้ที่ 5 แสนลบ.ตลอดทั้งปี 


*กรรมการ ในกสทช.ระบุ ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) มีมติ
เห็นชอบกรอบภารกิจการดำเนินงาน ปี 55 ซึ่งจะเน้นการเปิดประมูลใบอนุญาตการ
ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกกะเฮิรตซ์
(นสพ.ไทยรัฐ) 


*รมว.คมนาคม คาดว่าท่าอากาศยานดอนเมือง จะเปิดให้บริการได้อีกครั้งประมาณ
เดือนเม.ย.55 ประเมินว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1 พันลบ.ฟื้นฟูและปรับปรุง
รันเวย์ทางวิ่งต่างๆ รวมถึงปรับปรุงภายในอาคารผู้โดยสาร(นสพ.มติชน) 


*บรรยากาศจำหน่ายรถยนต์เต็นท์รถมือสอง ทั่วทุกภาคคึกคักและมียอดจำหน่ายพุ่งขึ้น
2 เท่าตัว เพราะรถยนต์ป้ายแดงไม่มีออกสู่ท้องตลาด หลังโรงงานผลิตรถยนต์
ภาคกลางยี่ห้อดังของญี่ปุ่น ต่างจมน้ำเสียหายหนัก 


*รมว.ไอซีที เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการสอบสอนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับคดีความต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที ทั้งหมด 23 คดี ยังคง
อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะคดีความไม่ชัดเจนของสัญญาธุรกิจ 3จี
เอชเอสพีเอ ระหว่าง กสท กับ ทรู ล่าสุดพบว่ามีข้อสังเกต ซึ่งอาจมีความผิดปกติ
อยู่หลายประเด็น (นสพ.โพสต์ทูเดย์) 


*ผู้บริหาร ธ.ไทยพาณิชย์ ระบุ ปีหน้าผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะมีความโดดเด่นใน
ช่วงดอกเบี้ยขาลง คือ กองทุนรวมและประกันชีวิต ที่เกี่ยวเนื่องกับการออมเงิน
ระยะยาวช่วงดอกเบี้ยลง นักลงทุนจะเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ที่ล็อกดอกเบี้ย ขณะที่
ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น กองทุนรวมจะเติบโตช้า คนจะลงทุนเงินฝากระยะสั้น
(นสพ.โพสต์ทูเดย์) 


*ตลท.โชว์ผลงาน บจ.งวด 9 เดือน กวาดกำไรสุทธิรวมกว่า 5 แสนลบ. พบมี
41 บจ.ผลงาน 9 เดือนมากกว่างวดปี 53 ทั้งปี ขณะที่ยอดขายพุ่งกว่า 24%
"จรัมพร"ระบุ กำไร บจ.ทุบสถิติต่อเนื่องจากปีก่อน(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ) 


*ตลท.เผยเดือนส.ค.ปีหน้า เริ่มซื้อขายหุ้นผ่านอาเซียน ลิงค์ เผยมีหุ้นให้เลือก
ลงทุน 3,600 บริษัท ใน 7 ประเทศ ระบุตลาดหุ้นสิงคโปร์-มาเลเซีย ประเดิม
เปิดซื้อขายนำร่องในเดือนมิ.ย.ปีหน้า(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

**การเมือง

*ศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว"อริสมันต์"เพราะว่าเกรงจะหลบหนี หลัง
พนักงานอัยการ นำตัวสั่งฟ้องศาลในคดีก่อการร้าย 


*"ร.ต.อ.เฉลิม"เผยว่า อีก 3 วันจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุ วางระเบิดที่เก็บกู้ได้ก่อน
ที่เกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง บริเวณหน้าสำนักงานสลากกิน แบ่งรัฐบาล โดย
ระบุว่าเป็นกลุ่มที่ฝักใฝ่การเมือง และต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล 


*นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ อย่างเป็นทางการในวันนี้ เพื่อ
แนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ และแสดงความตั้งใจและจริงใจในการส่งเสริม
ความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับ ประเทศเพื่อนบ้าน 


*"เฉลิม"พูดเป็นนัย พบ"ทักษิณ" ที่ปักกิ่ง ส่งสัญญาณปรับครม. ลูกพรรคเพื่อไทยบิน
พบอดีตนายกฯที่สิงคโปร์ 9 ธ.ค.เสนอปรับครม.โฆษกรัฐบาลแถลงขอความเป็นธรรม
ให้นายกฯ หลังเจอสังคมออนไลน์วิจารณ์หนัก ผิดพลาดบ่อย
(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)




คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบ แม้มองเม็ดเงิน LTF-RMF หนุน,อาจมีแรงขายทำกำไร 


*นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังจาก 
ปรับตัวขึ้นโดดเด่นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ทำให้อาจจะเผชิญกับแรงขายทำกำไร 
ออกมาถ่วงการลงทุน แม้เชื่อว่าอาจจะมีเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว 
(LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เข้ามาลงทุนต่อเนื่องก็ตาม 

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันพุธ จากความหวังที่ว่ายูโรโซน 
จะสามารถหาทางออกให้กับวิกฤติหนี้สิน โดยนักลงทุนคาดว่าในวันศุกร์นี้ประเทศ 
สมาชิกยูโรโซน จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อตกลงระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศส 
ในเรื่องการคุมเข้มงบประมาณ ของประเทศสมาชิกยูโรโซน 

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนม.ค.ปิดวานนี้ ปรับลง 79 เซนต์ 
หรือ 0.78% ปิดที่ 100.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะรายงานของรัฐบาลสหรัฐแสดงให้เห็น 
ว่า สต็อกน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันในคลัง เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว และ 
ความกังวลเรื่องปัญหาหนี้ยูโรโซน มีส่วนกดดันราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน 

*วันพุธต่างชาติซื้อสุทธิ 1.29 พันลบ.จากวันอังคารซื้อสุทธิ 3.09 พันลบ. 
*เช้านี้บาท/ดอลลาร์อยู่ที่ 30.72/79 จากเมื่อวันพุธอยู่ที่ 30.76/79 
*นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ 1,040 และแนวต้านที่ 1,050 และ 1,055 จุด 

"เมื่อวาน ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ดีต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อนจนดัชนีขยับ 
เข้าใกล้เป้าหมายที่ 1,050 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านระยะสั้น ทำให้อาจจะเห็นแรงขายทำกำไร 
ระยะสั้นออกมาบ้าง แต่จะไม่รุนแรง"นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ รักษาการผู้บริหาร สายงาน 
วิเคราะห์หลักทรัพย์ และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี(ประเทศไทย) กล่าว 
เขา เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวก จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ที่จะเติบโตได้ 
อย่างแข็งแกร่งในปีหน้า รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุน LTF และ RMF น่าจะยังมีไหลเข้ามา 
ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการที่ดัชนีอ่อนตัวลง อาจจะเป็นจังหวะของนักลงทุนส่วนหนึ่งที่รอ 
โอกาสเข้าซื้อเพื่อลงทุนต่อไปด้วย 

ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ 

*ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพุธ ปิดบวก 15.96 จุด หรือ 1.55% 
มาที่ 1,046.73 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 31,499.09 ล้านบาท 

*ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เมื่อวันพุธ ปิดบวก 46.24 จุด หรือ 0.38% มาที่ 
12,196.37 และดัชนีแนสแดค ปิดลบ 0.35 จุด หรือ 0.01% มาที่ 2,649.21 

*ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ ส่วนใหญ่ลบ โดยตลาดหุ้นไต้หวัน ลบ 1.39%, 
เกาหลีใต้ ลบ 1.06%,สิงคโปร์ ลบ 1.62% ,ฮ่องกง ลบ 1.22% และญี่ปุ่น 
ลบ 1.07% 

จับตาหุ้น 

*ASIA เผยศูนย์การค้าเซียร์ฯ-รร.เอเชียแอร์พอร์ท จะกลับมาเปิดวันที่ 9 ธ.ค. 
*PYLON เผยได้งานก่อสร้าง 9 โครงการ มูลค่ารวม 143.6 ลบ. 
*PF เผยมี 9 โครงการของบริษัท ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

No comments:

Post a Comment