KGI ประเมินตลาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวขึ้นต่อ เนื่องจากนักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป (EU Summit) ในวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค. ซึ่งน่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ i) แผนการคุมยอดขาดดุลงบประมาณและหนี้ภาครัฐฯ ให้เข้มกว่าเดิม ii) การเพิ่มขนาดของกองทุนฉุกเฉิน EFSF จากปัจจุบันที่ 4.4 แสนล้านยูโร iii) กองทุนถาวรเพื่อสร้างเสถียรภาพในยุโรป (ESM) ซึ่งข่าวล่าสุดคือว่า ESM จะมีศักยภาพการปล่อยกู้ 5 แสนล้านยูโรซึ่งไม่รวมวงเงินของ EFSF ทั้งนี้จากวันนี้จนถึงวันศุกร์ จะไม่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ทำให้ปัจจัยเรื่อง EU Summit เป็นเรื่องหลักเรื่องเดียวตลอดสัปดาห์นี้ และเราคาดว่านักลงทุนต่างชาติจะเข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อไปในช่วงนี้ ด้วยความหวังเชิงบวกจากยุโรปดังกล่าว รวมทั้งการที่โบรกเกอร์ต่างชาติส่วนใหญ่ออกบทวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยปี 2555 ด้วยมุมมองที่ค่อนข้างดี แต่เน้นหนักไปมองบวกในครึ่งหลังของปี สำหรับในวันนี้ KGI มองแนวต้านของดัชนีฯ ที่ 1,040 จุด และแนวรับที่ 1,023 จุด
กลยุทธ์: พอร์ตมีหุ้นให้ถือต่อถึงปลายปี 2554 หรือหากขึ้นแรงเราอาจจะแนะขายในวันศุกร์ ก่อนหน้าการประชุม EU Summit โดยเราขอ update อีกครั้งในปลายสัปดาห์ ส่วนพอร์ตว่างแนะเก็บหุ้นหลักที่จะได้ประโยชน์จากแรงซื้อต่างชาติและการเข้าซื้อหุ้นในช่วงปลายปีของนักลงทุนสถาบันในประเทศ เช่น PTT*, BBL* รวมทั้งซื้อหุ้นที่แนวโน้มกำไรปี 2555 เติบโตสูงเช่น ROBINS*, CPN*
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
TASCO ได้รับประโยชน์จากงบการซ่อมถนนที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ประเด็นข่าวดังกล่าว คาดจะส่งผลบวกทางจิตวิทยาต่อหุ้น TASCO เนื่องจากอุปสงค์การใช้ยางมะตอยในประเทศปี 2555 ที่เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ 1/55 ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูกาลก่อสร้าง คาดจะช่วยหนุนให้กำไรจากผลการดำเนินงานปกติในปี 2555 กลับมาเติบโต 58.2% YoY เป็น 634 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันที่ขึ้นมาต่อเนื่องและใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายที่ 55 บาท ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ถือ”
THAI* อาจสูญเสียรายได้ถึง 3 พันล้านบาทในช่วง 4Q11 จากปัญหาน้ำท่วม ข่าวดังกล่าวไม่ใช่ข่าวใหม่ โดยในช่วง 4Q11 THAI ยังเจอปัญหาราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงด้วย เราจึงประเมินว่าบริษัทจะขาดทุนจากการดำเนินงานราว 3 พันล้านบาท อย่างราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนลงมาซื้อขายประมาณ 0.5 เท่า P/B น่าจะสะท้อนข่าวดังกล่าวไประดับหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากไม่มีข่าวดีมาเป็นตัวกระตุ้นเราจึงแนะนำเพียงถือ
MAJOR วางแผนที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MPIC ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นอยู่ประมาณ 65.9% ให้กับพันธมิตรใหม่โดยวิธีการลดสัดส่วนอาจเป็นการแลกหุ้น ข่าวการลดถือเป็นข่าวเก่าแต่เรื่องวิธีการลดสัดส่วนการถือหุ้นโดยการแลกหุ้นถือว่าเป็นข่าวใหม่ ซึงถ้าเป็นการแลกหุ้นจริงเราเชื่อว่าบริษัทที่จะมาเป็นพันธมิตรก็ต้องเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทำหนัง ซึ่งรายได้และกำไรก็จะแกว่งตัวเหมือน MPIC นอกจากนี้ MPIC ก็มีกำไรไม่มากอยู่แล้ว เราจึง Neutral กับข่าวดังกล่าว คงคำแนะนำซื้อ แต่ bullish น้อยลงเนื่องจาก upside จากราคาเป้าหมายไม่มากแล้ว
No comments:
Post a Comment